Varin Web 2017Varin Web 2017
Forgot password?

ข้อมูล & การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ

การเดินทางโดยเครื่องบิน

นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะนั้นต้องไปลงเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ และสายการบินที่เปิดให้บริการเที่ยวบินไปหาดใหญ่ คือ
– สายการบินไทย : www.thaiairways.co.th
– สายการบินนกแอร์ : www.nokair.com
– สายการบินแอร์เอเชีย : www.airasia.com

เมื่อลงเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่เรียบร้อยแล้ว การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะต้องนั่งรถตู้ต่อเพื่อไปยังท่าเรือปากบาราต่อ โดยสามารถไปได้ 2 วิธีคือ

  1. นั่งรถตู้ของสนามบิน หรือ รถสองแถวไปลงที่คิวรถตู้ตลาดเกษตร ซึ่งอยู่ในตัวเมืองหาดใหญ่ จากนั้นก็นั่งรถตู้จากคิวรถตู้ตลาดเกษตรไปยังท่าเรือปากบารา โดยแจ้งกับทางคิวรถตู้ว่าต้องการลงที่ท่าเรือปากบารา
  2. โทรจองรถตู้กับทางรีสอร์ทให้มารับที่สนามบินหาดใหญ่โดยตรง ราคาคนละ 250 บาท/ เที่ยว

    ไปยังท่าเรือปากบาราจากคิวรถตู้ตลาดเกษตร – ท่าเรือปากบารา จะใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ( ไม่รวมระยะเวลาในการรอรถ ) และเนื่องจากการเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะเรือที่ไปเกาะหลีเป๊ะนั้นอยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่ 11.30 , 15.30 น. จึงควรที่จะจองเที่ยวบินเพื่อมาลงที่สนามบินหาดใหญ่ก่อนเวลาเรือออกอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และจากเกาะหลีเป๊ะกลับมายังท่าเรือมีช่วงเวลา 9.30 , 13.30 น. จึงควรจองเที่ยวบินขากลับหลังเวลา 16.00 น.

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะโดยรถไฟมีด้วยกัน 2 ขบวนรถไฟ คือ กรุงเทพฯ – ยะลา หรือ กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ โดยเวลาที่ซื้อตั๋วรถไฟให้ระบุว่าต้องการลงที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จากนั้นก็มี 3 วิธีที่จะไปยังท่าเรือปากบารา
– วิธีที่ 1 นั่งรถแท็กซี่จากสถานีรถไฟซึ่งจะจอดอยู่ที่บริเวณใต้สะพานลอยหน้าที่ทำการไปรษณีย์สาขารัถการ หรือนั่งรถตู้โดยสาร หรือนั่งรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสตูล ระยะทางประมาณ 97 กม.
– วิธีที่ 2 นั่งรถไปยังคิวรถตู้ตลาดเกษตร ซึ่งอยู่ในตัวเมืองหาดใหญ่ จากนั้นก็นั่งรถตู้จากคิวรถตู้ตลาดเกษตรไปยังท่าเรือปากบารา
– วิธีที่ 3 โทรจองรถตู้กับรีสอร์ทให้มารับ ที่สถานีรถไฟ โดยตรง ราคาท่านละ 200 บาท / เที่ยว ไปยังท่าเรือปากบารา
สอบถามรายละเอียดและตารางเวลาเดินรถได้ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง โทรศัพท์เบอร์ 02 223 7010 , 02 223 7020 หรือ www.railway.co.th

ขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถนนบรมราชชนนี รถทัวร์สาย กรุงเทพฯ – สตูล โดยแจ้งกับรถว่าต้องการลงที่ อ.ละงู จ.สตูล มีรถทัวร์ให้เลือก 3 แบบ คือ VIP , ป.1 และ ป.2 มีรถทัวร์ให้บริการทุกวัน โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 -15 ชม. หลังจากที่ลงรถที่ อ.ละงูแล้ว ต้องต่อรถสองแถวท้องถิ่นเพื่อไปท่าเรือปากบารา โดยใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 15 นาทีเท่านั้น สามารถสอบถามรายละเอียดเรื่องของราคาตั๋วรถทัวร์และรอบรถได้ที่ สถานีขนส่งสายใต้
– รถโดยสารธรรมดา โทรศัพท์เบอร์ 02 4345 557-8
– รถโดยสารปรับอากาศ โทรศัพท์เบอร์ 02 435 1199
– เว็บไซต์ www.transport.com

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะโดยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ

ให้ใช้เส้นทางที่จะลงใต้ ตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงแยกปฐมพร จ.ชุมพร ให้เปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ขับตรงไปเรื่อยๆ จนถึง อ.ทุ่งสง จ. นครศรีธรรมราช ถึงแยกให้เลี้ยวขวาเพื่อไปทาง จ.ตรัง เข้าทางหลวงหมายเลข 403 ขับไปจนถึงตัวเมืองตรัง เลี้ยวขวาไปทางหลวงหมายเลข 404 อ.ทุ่งตาขาว ทุ่งยาว แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 416 อ.ทุ่งหว้า เมื่อเข้าทางหหลวงนี้แล้วก็ขับไปจนเข้าเขต อ.ละงู แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 4052 ผ่านตลาดกลาง อ.ละงู ก็จะมีป้ายบอกทางไปท่าเรือปากบารา ขับไปจนสุดทางก็จะเจอท่าเรือปากปารา รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ – ท่าเรือปากบารา รวม 973 กม.

** เครดิต : http://th.xn--12c6c3axydj1a7gg5i.com/

ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะหลีเป๊ะ

ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะหลีเป๊ะ

      เกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่อยู่ในเขตของจังหวัดสตูล เป็นเกาะขนาดเล็กมีลักษณะแบนคล้ายกับบูมเมอแรง เกาะหลีเป๊ะเป็นภาษาท้องถิ่นของชาวเลที่แปลว่า เกาะที่ราบเรียบคล้ายกับกระดาษนั้นเอง กาะหลีเป๊ะมีความกว้างจากหัวเกาะไปยังท้ายเกาะประมาณ 3 กม. และถือว่าเป็นเกาะสุดท้ายที่อยู่ทางตอนใต้ของทะเลอันดามัน เพราะในพื้นที่ถัดไปถือว่าเป็นพื้นที่ของทะเลสากลที่เชื่อมต่อกับทะเลของประเทศมาเลเซียนั้นเอง และเกาะหลีเป๊ะนั้นอยู่นอกเขตอำนาจของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จึงได้รับการยกเว้นจากกฎหมายของอุทยานแห่งชาติ

       เกาะหลีเป๊ะ อยู่ห่างจากแผ่นดินของจังหวัดสตูล 62 กม. และอยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 500 คน ประกอบอาชีพชาวประมงและเกษตรกรรมเป็หลัก เป็นเกาะที่มีความเงียบสงบ มีน้ำที่ตื้นเขิน จึงมีจุดที่สามารถลงเล่นน้ำได้หลายจุด จุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งใหลมาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะมากขึ้นทุกๆ ปี ก็คือ ธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ และความสวยงามของปะการังที่อยู่รายล้อมรอบๆ เกาะหลีเป๊ะ มีเวิ้ง มีหาด และอ่าวที่สวยงาม น้ำทะเลสีฟ้าคราม และหาดทรายต่างๆ ที่ละเอียด นุ่ม ขาวราวกับผงแป้ง ทั้งหมดนี้จึงเป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังเกาะแห่งนี้อย่างมากมาย

       ที่ตั้ง ด้านหน้าเกาะหลีเป๊ะ ทางทิศตะวันออกของเกาะ
หาดชาวเลเป็นชายหาดทอดยาวหลายร้อยเมตร  เป็นหาดที่เหมาะที่จะมา ร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าวน้อยใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายตลอดแนวหาด สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงาม  มองเห็นเกาะอาดังซึ่งอยู่ห่างจากเกาะหลีเป๊ะ เพียง 800 เมตรได้อย่างดี มีบ้านเรือนชาวเลอาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจายไม่หนาแน่น  และมีรีสอร์ทที่พักให้ลือกบริการพอสมควร

จาก หาดชาวเล สามารถเดินเท้าไปยังเกาะด้านทิศตะวันตก เส้นทางจะผ่านชุมชนชาวเลที่มีการจัดระเบียบสะอาดสะอ้าน จากนั้นผ่านสวนมะพร้าวเข้าสู่หลังเกาะอันเป็นที่ตั้งของหาดพัทยา 2 ได้อย่างสบายๆ

หาดประมงเป็นหาดเล็กๆ ที่อยู่ทางทิศตะวันตก ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาที่หาดนี้เท่าไหร่นัก เป็นหาดที่ค่อนข้างเงียบ มีสถานีวิจัยประมงอยู่บริเวณนี้ด้วย แต่เป็นจุดที่ดวงอาทิตย์ตกสวยมากล่ะครับ
กิจกรรมยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำกันมากที่สุดเมื่อไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะก็คือ การดำน้ำตื้นหรือการดำผิวน้ำ เพราะแค่ออกจากชายหาดไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ก็สามารถดำผิวน้ำได้ทันที การเล่นน้ำที่บริเวณชายหาด ชมปะการังและฝูงปลาต่างๆ ที่เกาะหลีเป๊ะนั้นสามารถทำได้ทั่วทั้งเกาะ แต่จุดดำน้ำที่ดีที่สุดนั้นจะรวมอยู่ในทริปดำน้ำแบบวันเดียว ( one day trip ) ที่ถือเป็นทริปยอดนิยม ที่จะพาไปยังเกาะต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับเกาะหลีเป๊ะ

               เกาะหลีเป๊ะนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเดือนที่เหมาะกับการเดินทางไปเที่ยวและมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดคืออยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือน เมษายน

หาดพัทยาที่ตั้ง อยู่ทิศตะวันตกของเกาะ มีเส้นทางเดินเท้าจากหน้าเกาะมายังหาดพัทยา เส้นทางนี้เป็นถนนคนเดินยามค่ำ ตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ค่อนข้างคึกคักไปด้วยร้านอาหารน่ารักๆหลายร้าน  หาดพัทยา ฟังดูชื่ออาจจะไปเหมือนเมืองพัทยาที่จังหวัดชลบุรี แต่ที่นี่สวยกันคนล่ะเรื่อง ชายหาดทอดยาวเป็นโค้งเว้ารูปครึ่งวงกลม ระยะหาดค่อนข้างยาว เป็นที่ตั้งของรีสอร์ท และสถาประกอบการด้านการท่องเที่ยวหลายแห่ง เป็นจุดหลักที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน ทรายขาวสะอาดตลอดแนว และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามด้วย นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาอยู่บริเวณนี้กันมาก

หาดพัทยา เป็นชื่อที่เพี้ยนมาจากภาษามลายูว่า “ หาดปะไตดายา” ซึ่งเป็นชื่อเดิมที่ชาวเลเรียกกัน แปลว่า  “หาดลมตะวันตก”  ต่อมานักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเรียกเพี้ยนเป็น “พัทยา” จนกลายเป็นคำติดปากไป